แชร์

คั่วงาดำทานเอง ได้ "เซซามิน" เหมือนกันไหม? เรื่องจริงที่คุณต้องรู้

อัพเดทล่าสุด: 27 พ.ย. 2025
4844 ผู้เข้าชม

 

คั่วงาดำทานเอง ได้ "เซซามิน" เหมือนกันไหม? เรื่องจริงที่คุณต้องรู้
 

หลายคนสงสัยว่า ในเมื่อเราสามารถซื้องาดำดิบมาคั่วทานเองได้ที่บ้าน ทั้งหอม ทั้งอร่อย และประหยัด แล้วทำไมเราถึงต้องทาน "สารสกัด" บทความนี้จะไขข้อข้องใจด้วยหลักวิทยาศาสตร์ครับ

 1. กำแพงที่มองไม่เห็น: โครงสร้างโมเลกุลและการดูดซึม
 
นี่คือเหตุผลหลักที่การทานงาคั่วอาจไม่ได้เซซามินเท่าที่คิด

เปลือกหุ้มเมล็ดที่แข็งแกร่ง: งาดำมีเปลือกหุ้มเมล็ด (Husk) ที่ประกอบด้วยเซลลูโลส ซึ่งเอนไซม์ในกระเพาะอาหารของมนุษย์ไม่สามารถย่อยสลายได้สมบูรณ์


การเคี้ยวไม่เพียงพอ: หากคุณทานงาคั่วโดยเคี้ยวไม่ละเอียด จนเป็นผงแป้ง (ซึ่งเป็นไปได้ยากมากในชีวิตจริง) เมล็ดงาจะถูกขับถ่ายออกมาในสภาพเดิม ร่างกายไม่สามารถดึงสารสำคัญที่อยู่ภายในออกมาใช้ได้เลย


ความจริงคือ: เพื่อให้ร่างกายดูดซึมเซซามินได้ ต้องบดงาให้ละเอียดเป็นผงแป้งเท่านั้น
[ตัวอย่างภาพ: ภาพเปรียบเทียบระหว่างเมล็ดงาเต็มเมล็ด และงาที่ถูกบดละเอียดด้วยครกจนเป็นผง เพื่อสื่อให้เห็นถึงความแตกต่างของพื้นผิวสัมผัส]

 


2. ดาบสองคมของการ "คั่ว" และ "บด"

การทำให้สุกและการบดเป็นเรื่องจำเป็น แต่ก็นำมาซึ่งปัญหาใหม่

ความร้อนจากการคั่ว: แม้สารเซซามินจะค่อนข้างทนทานต่อความร้อน แต่การคั่วเองที่บ้านควบคุมอุณหภูมิได้ยาก หากคั่วนานเกินไปจนไหม้ (Overcooked) นอกจากสารอาหารบางชนิดจะเสื่อมสลายแล้ว ยังอาจเกิดสารก่อมะเร็งจากการไหม้เกรียมได้


ศัตรูตัวฉกาจคือ "การเหม็นหืน" (Oxidation): เมื่อบดงาจนละเอียด น้ำมันภายในเมล็ดจะสัมผัสกับอากาศ (ออกซิเจน) โดยตรง ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันอย่างรวดเร็ว

ผลเสีย: เกิดกลิ่นเหม็นหืน และเกิด อนุมูลอิสระ (Free Radicals) แทนที่จะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ คุณอาจกำลังทานตัวการทำลายเซลล์เข้าไปแทน หากเก็บรักษาไม่ดีพอ

สรุป: งาคั่วบดเอง vs. สารสกัดเซซามิน
 เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้ค่ะ

ปัจจัย งาดำคั่วบดเอง สารสกัดเซซามิน(Extraction)
ปริมาณเซซามิน น้อยและไม่แน่นอน (ขึ้นอยู่กับการย่อย) สูงและคงที่ (เข้มข้นกว่างาบดถึง 10-100 เท่า)
การดูดซึม ยาก (ติดปัญหาเปลือกหุ้ม) ง่าย (โมเลกุลเล็กพร้อมดูดซึม)
พลังงาน/ไขมัน สูง (ได้น้ำมันและแป้งมาด้วย) ต่ำ (สกัดมาเฉพาะสารสำคัญ)
ความปลอดภัย เสี่ยงเชื้อราและกลิ่นหืนหากเก็บไม่ดี ผ่านมาตรฐาน ควบคุมความบริสุทธิ์ได้


คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ
 
หากเป้าหมายของคุณคือการทานเพื่อความอร่อย ได้กากใยอาหาร และโปรตีนจากพืช การทาน "งาคั่วบดใหม่ๆ ในมื้ออาหาร" ถือเป็นเรื่องที่ดีค่ะ

แต่หากเป้าหมายของคุณคือ "การดูแลสุขภาพเชิงลึก" ต้องการผลลัพธ์ในการต้านอักเสบ ลดปวดข้อเข่า หรือดูแลระดับเซลล์ การเลือกทาน "สารสกัดเซซามิน" ที่มีมาตรฐานรองรับ จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ตรงจุด และปลอดภัยจากการเหม็นหืนมากกว่าการพยายามทานงาบดในปริมาณมากๆ ค่ะ

 

คำเตือน....
1. งาดำที่นำมาคั่ว ถ้าเราคั่วไหม้ นั่นหมายความว่า สารเซซามินจะถูกทำลายไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ร่างกายไม่ได้รับประโยชน์ใดๆจากงาดำ
2. งาดำที่คั่วไม่สุก ร่างกายจะไม่สามารถย่อยได้ ทำให้เกิดอาการท้องอืด 
3. เปลือกของงาดำมีความแข็งมาก ร่างกายเราไม่สามารถย่อยสลายเปลือกของงาดำเองได้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราทานงาดำที่ไม่ได้บดเข้าไป ทำให้ร่างกายขับถ่ายออกมาแบบนั้น
4. ในงาดำจะมีน้ำมันเป็นส่วนผสมอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าเราคั่วงาดำทิ้งไว้ 3-5 วัน งาดำจะเริ่มมีกลิ่นเหม็นหืน นั่นหมายความว่า งาดำเริ่มขึ้นรา จึงทำให้งาดำคั่วที่เราเตรียมไว้นั้นกลายเป็นสารก่อมะเร็งให้กับร่างกายเราอัตโนมัติจะได้สารเซซามินเพียงพอหรือไม่นี่คือบทความให้ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ กระชับ และตรงประเด็น เหมาะสำหรับนำไปปรับใช้ในเพจหรือบล็อกของคุณครับ

คำแนะนำ: หากต้องการทานเพื่อความอร่อยและได้กากใย ให้ทาน "งาคั่ว" แต่หากต้องการผลลัพธ์ในการดูแลสุขภาพระดับเซลล์ หรือยับยั้งการอักเสบ การเลือก "สารสกัดเซซามิน" ที่มีมาตรฐานรองรับ จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและตรงจุดกว่าค่ะ




อ้างอิงข้อมูลวิชาการ:

Pathak, N., et al. (2014). Value addition in sesame: A perspective on bioactive components for enhancing utility and profitability. Pharmacognosy Reviews.
Wankar, J., et al. (2014). Bioavailability of sesamin from sesame seeds (Sesamum indicum L.) in humans. Journal of Food Science and Technology.

 

คั่วงาดำทานเอง ได้ "เซซามิน" เหมือนกันไหม? เรื่องจริงที่คุณต้องรู้
 

หลายคนสงสัยว่า ในเมื่อเราสามารถซื้อข้าวงาดำดิบมาคั่วทานเองได้ที่บ้าน หอมและอร่อย แล้วทำไมเราถึงต้องทาน "สารสกัด" บทความนี้จะไขข้อข้องใจด้วยหลักวิทยาศาสตร์ครับ

 

1. การคั่วกับความร้อน: ดาบสองคม
 

การคั่วงาดำให้มีกลิ่นหอมต้องใช้ความร้อน ซึ่งความร้อนมีผลต่อสารอาหาร

ข้อดี: ความร้อนช่วยทำลายสารยับยั้งการดูดซึมบางชนิด และทำให้โปรตีนย่อยง่ายขึ้น
ข้อเท็จจริง: สาร "เซซามิน" (Sesamin) ค่อนข้างทนทานต่อความร้อน แต่ถ้าคั่วนานเกินไปจนไหม้ หรือความร้อนสูงเกินไป โครงสร้างทางเคมีของสารสำคัญอาจเปลี่ยนสภาพและเสื่อมสลายได้
ความเสี่ยง: การคั่วเองควบคุมอุณหภูมิยาก หากไหม้จะเกิดสารก่อมะเร็งแทนที่จะได้ประโยชน์
 

2. กำแพงที่มองไม่เห็น: โครงสร้างโมเลกุลและการดูดซึม
 

นี่คือเหตุผลหลักที่การทานงาคั่วอาจไม่ได้เซซามินเท่าที่คิด

เปลือกหุ้มเมล็ด (Husk): งาดำมีเปลือกที่แข็งแรงมาก เอนไซม์ในกระเพาะอาหารของมนุษย์ไม่สามารถย่อยเปลือกนี้ได้สมบูรณ์
การบดเคี้ยว: หากคุณทานงาคั่วโดยเคี้ยวไม่ละเอียด (ซึ่งเป็นไปได้สูงมาก) เมล็ดงาจะถูกขับถ่ายออกมาในสภาพเดิม ร่างกายดึงสารเซซามินออกมาใช้ไม่ได้เลย
ต้องบดละเอียดเท่านั้น: เพื่อให้ได้สารสำคัญ ต้องบดงาให้ละเอียดเป็นผงทันทีก่อนทาน แต่การบดทิ้งไว้นานก็จะเจอปัญหาถัดไป (ดูข้อ 3)
 

3. ศัตรูตัวฉกาจ: การเหม็นหืน (Oxidation)
 

ในมุมมองของวิทยาศาสตร์ชะลอวัย (Anti-aging) ข้อนี้สำคัญที่สุด

เมื่อคั่วและบดงา น้ำมันภายในเมล็ดจะสัมผัสกับอากาศ (Oxygen) ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) อย่างรวดเร็ว
ผลเสีย: เกิดกลิ่นเหม็นหืน และเกิด อนุมูลอิสระ (Free Radicals)
แทนที่จะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ คุณอาจกำลังทานอนุมูลอิสระเข้าไปทำลายเซลล์แทน
 

สรุป: งาคั่ว vs สารสกัดเซซามิน
 

ปัจจัย
งาดำคั่วบดเอง
สารสกัดเซซามิน (Extraction)
ปริมาณเซซามิน
น้อยและไม่แน่นอน (ขึ้นอยู่กับการย่อย)
สูงและคงที่ (เข้มข้นกว่างาบดถึง 10-100 เท่า)
การดูดซึม
ยาก (ติดปัญหาเปลือกหุ้ม)
ง่าย (โมเลกุลเล็กพร้อมดูดซึม)
พลังงาน/ไขมัน
สูง (ได้น้ำมันและแป้งมาด้วย)
ต่ำ (สกัดมาเฉพาะสารสำคัญ)
ความปลอดภัย
เสี่ยงเชื้อราและกลิ่นหืนหากเก็บไม่ดี
ผ่านมาตรฐาน ควบคุมความบริสุทธิ์ได้
คำแนะนำ: หากต้องการทานเพื่อความอร่อยและได้กากใย ให้ทาน "งาคั่ว" แต่หากต้องการผลลัพธ์ในการดูแลสุขภาพระดับเซลล์ หรือยับยั้งการอักเสบ การเลือก "สารสกัดเซซามิน" ที่มีมาตรฐานรองรับ จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและตรงจุดกว่าครับ


อ้างอิงข้อมูลวิชาการ:

Pathak, N., et al. (2014). Value addition in sesame: A perspective on bioactive components for enhancing utility and profitability. Pharmacognosy Reviews.
Wankar, J., et al. (2014). Bioavailability of sesamin from sesame seeds (Sesamum indicum L.) in humans. Journal of Food Science and Technology.

 

คั่วงาดำทานเอง ได้ "เซซามิน" เหมือนกันไหม? เรื่องจริงที่คุณต้องรู้
 

หลายคนสงสัยว่า ในเมื่อเราสามารถซื้อข้าวงาดำดิบมาคั่วทานเองได้ที่บ้าน หอมและอร่อย แล้วทำไมเราถึงต้องทาน "สารสกัด" บทความนี้จะไขข้อข้องใจด้วยหลักวิทยาศาสตร์ครับ

 

1. การคั่วกับความร้อน: ดาบสองคม
 

การคั่วงาดำให้มีกลิ่นหอมต้องใช้ความร้อน ซึ่งความร้อนมีผลต่อสารอาหาร

ข้อดี: ความร้อนช่วยทำลายสารยับยั้งการดูดซึมบางชนิด และทำให้โปรตีนย่อยง่ายขึ้น
ข้อเท็จจริง: สาร "เซซามิน" (Sesamin) ค่อนข้างทนทานต่อความร้อน แต่ถ้าคั่วนานเกินไปจนไหม้ หรือความร้อนสูงเกินไป โครงสร้างทางเคมีของสารสำคัญอาจเปลี่ยนสภาพและเสื่อมสลายได้
ความเสี่ยง: การคั่วเองควบคุมอุณหภูมิยาก หากไหม้จะเกิดสารก่อมะเร็งแทนที่จะได้ประโยชน์
 

2. กำแพงที่มองไม่เห็น: โครงสร้างโมเลกุลและการดูดซึม
 

นี่คือเหตุผลหลักที่การทานงาคั่วอาจไม่ได้เซซามินเท่าที่คิด

เปลือกหุ้มเมล็ด (Husk): งาดำมีเปลือกที่แข็งแรงมาก เอนไซม์ในกระเพาะอาหารของมนุษย์ไม่สามารถย่อยเปลือกนี้ได้สมบูรณ์
การบดเคี้ยว: หากคุณทานงาคั่วโดยเคี้ยวไม่ละเอียด (ซึ่งเป็นไปได้สูงมาก) เมล็ดงาจะถูกขับถ่ายออกมาในสภาพเดิม ร่างกายดึงสารเซซามินออกมาใช้ไม่ได้เลย
ต้องบดละเอียดเท่านั้น: เพื่อให้ได้สารสำคัญ ต้องบดงาให้ละเอียดเป็นผงทันทีก่อนทาน แต่การบดทิ้งไว้นานก็จะเจอปัญหาถัดไป (ดูข้อ 3)
 

3. ศัตรูตัวฉกาจ: การเหม็นหืน (Oxidation)
 

ในมุมมองของวิทยาศาสตร์ชะลอวัย (Anti-aging) ข้อนี้สำคัญที่สุด

เมื่อคั่วและบดงา น้ำมันภายในเมล็ดจะสัมผัสกับอากาศ (Oxygen) ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) อย่างรวดเร็ว
ผลเสีย: เกิดกลิ่นเหม็นหืน และเกิด อนุมูลอิสระ (Free Radicals)
แทนที่จะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ คุณอาจกำลังทานอนุมูลอิสระเข้าไปทำลายเซลล์แทน
 

สรุป: งาคั่ว vs สารสกัดเซซามิน
 

ปัจจัย
งาดำคั่วบดเอง
สารสกัดเซซามิน (Extraction)
ปริมาณเซซามิน
น้อยและไม่แน่นอน (ขึ้นอยู่กับการย่อย)
สูงและคงที่ (เข้มข้นกว่างาบดถึง 10-100 เท่า)
การดูดซึม
ยาก (ติดปัญหาเปลือกหุ้ม)
ง่าย (โมเลกุลเล็กพร้อมดูดซึม)
พลังงาน/ไขมัน
สูง (ได้น้ำมันและแป้งมาด้วย)
ต่ำ (สกัดมาเฉพาะสารสำคัญ)
ความปลอดภัย
เสี่ยงเชื้อราและกลิ่นหืนหากเก็บไม่ดี
ผ่านมาตรฐาน ควบคุมความบริสุทธิ์ได้
คำแนะนำ: หากต้องการทานเพื่อความอร่อยและได้กากใย ให้ทาน "งาคั่ว" แต่หากต้องการผลลัพธ์ในการดูแลสุขภาพระดับเซลล์ หรือยับยั้งการอักเสบ การเลือก "สารสกัดเซซามิน" ที่มีมาตรฐานรองรับ จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและตรงจุดกว่าครับ


อ้างอิงข้อมูลวิชาการ:

Pathak, N., et al. (2014). Value addition in sesame: A perspective on bioactive components for enhancing utility and profitability. Pharmacognosy Reviews.
Wankar, J., et al. (2014). Bioavailability of sesamin from sesame seeds (Sesamum indicum L.) in humans. Journal of Food Science and Technology.


 

หลายคนสงสัยว่า ในเมื่อเราสามารถซื้อข้าวงาดำดิบมาคั่วทานเองได้ที่บ้าน หอมและอร่อย แล้วทำไมเราถึงต้องทาน "สารสกัด" บทความนี้จะไขข้อข้องใจด้วยหลักวิทยาศาสตร์ครับ

 

1. การคั่วกับความร้อน: ดาบสองคม
 

การคั่วงาดำให้มีกลิ่นหอมต้องใช้ความร้อน ซึ่งความร้อนมีผลต่อสารอาหาร

ข้อดี: ความร้อนช่วยทำลายสารยับยั้งการดูดซึมบางชนิด และทำให้โปรตีนย่อยง่ายขึ้น
ข้อเท็จจริง: สาร "เซซามิน" (Sesamin) ค่อนข้างทนทานต่อความร้อน แต่ถ้าคั่วนานเกินไปจนไหม้ หรือความร้อนสูงเกินไป โครงสร้างทางเคมีของสารสำคัญอาจเปลี่ยนสภาพและเสื่อมสลายได้
ความเสี่ยง: การคั่วเองควบคุมอุณหภูมิยาก หากไหม้จะเกิดสารก่อมะเร็งแทนที่จะได้ประโยชน์
 

2. กำแพงที่มองไม่เห็น: โครงสร้างโมเลกุลและการดูดซึม
 

นี่คือเหตุผลหลักที่การทานงาคั่วอาจไม่ได้เซซามินเท่าที่คิด

เปลือกหุ้มเมล็ด (Husk): งาดำมีเปลือกที่แข็งแรงมาก เอนไซม์ในกระเพาะอาหารของมนุษย์ไม่สามารถย่อยเปลือกนี้ได้สมบูรณ์
การบดเคี้ยว: หากคุณทานงาคั่วโดยเคี้ยวไม่ละเอียด (ซึ่งเป็นไปได้สูงมาก) เมล็ดงาจะถูกขับถ่ายออกมาในสภาพเดิม ร่างกายดึงสารเซซามินออกมาใช้ไม่ได้เลย
ต้องบดละเอียดเท่านั้น: เพื่อให้ได้สารสำคัญ ต้องบดงาให้ละเอียดเป็นผงทันทีก่อนทาน แต่การบดทิ้งไว้นานก็จะเจอปัญหาถัดไป (ดูข้อ 3)
 

3. ศัตรูตัวฉกาจ: การเหม็นหืน (Oxidation)
 

ในมุมมองของวิทยาศาสตร์ชะลอวัย (Anti-aging) ข้อนี้สำคัญที่สุด

เมื่อคั่วและบดงา น้ำมันภายในเมล็ดจะสัมผัสกับอากาศ (Oxygen) ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) อย่างรวดเร็ว
ผลเสีย: เกิดกลิ่นเหม็นหืน และเกิด อนุมูลอิสระ (Free Radicals)
แทนที่จะได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ คุณอาจกำลังทานอนุมูลอิสระเข้าไปทำลายเซลล์แทน
 

สรุป: งาคั่ว vs สารสกัดเซซามิน
 

ปัจจัย
งาดำคั่วบดเอง
สารสกัดเซซามิน (Extraction)
ปริมาณเซซามิน
น้อยและไม่แน่นอน (ขึ้นอยู่กับการย่อย)
สูงและคงที่ (เข้มข้นกว่างาบดถึง 10-100 เท่า)
การดูดซึม
ยาก (ติดปัญหาเปลือกหุ้ม)
ง่าย (โมเลกุลเล็กพร้อมดูดซึม)
พลังงาน/ไขมัน
สูง (ได้น้ำมันและแป้งมาด้วย)
ต่ำ (สกัดมาเฉพาะสารสำคัญ)
ความปลอดภัย
เสี่ยงเชื้อราและกลิ่นหืนหากเก็บไม่ดี
ผ่านมาตรฐาน ควบคุมความบริสุทธิ์ได้
คำแนะนำ: หากต้องการทานเพื่อความอร่อยและได้กากใย ให้ทาน "งาคั่ว" แต่หากต้องการผลลัพธ์ในการดูแลสุขภาพระดับเซลล์ หรือยับยั้งการอักเสบ การเลือก "สารสกัดเซซามิน" ที่มีมาตรฐานรองรับ จะให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและตรงจุดกว่าครับ


อ้างอิงข้อมูลวิชาการ:

Pathak, N., et al. (2014). Value addition in sesame: A perspective on bioactive components for enhancing utility and profitability. Pharmacognosy Reviews.
Wankar, J., et al. (2014). Bioavailability of sesamin from sesame seeds (Sesamum indicum L.) in humans. Journal of Food Science and Technology.
 
 
 
 

 
 
 
 

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy